Open Knowledge Format คือ?

OKF (Open Knowledge Format) คือหนึ่งในวิธีการจัดเก็บเอกสารหรือองค์ความรู้ให้พร้อมสำหรับให้ AI Agent นำไปใช้งานได้ โดยมีรูปแบบที่เป็นสากลใช้งานร่วมกันได้หมดไม่ว่าจะใช้ AI เจ้าไหนก็ตาม (“universal, vendor-neutral format for representing knowledge as plain markdown files”) โดยที่ประโยชน์ของ Open Knowledge Format คือ

  1. ลดปัญหาข้อมูลไร้โครงสร้าง (Unstructured Data): ข้อมูลส่วนใหญ่ในองค์กรเป็นไฟล์ PDF, รูปภาพ หรือเอกสารที่ AI ประมวลผลได้ยาก OKF ช่วยแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้อยู่ในโครงสร้างมาตรฐาน
  2. การทำงานร่วมกันได้ (Interoperability): เปิดให้ระบบ AI หรือแอปพลิเคชันจากหลายผู้พัฒนา สามารถดึงความรู้ไปใช้ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแปลงข้อมูลใหม่ทุกครั้ง
  3. ความถูกต้องและค้นหาง่าย: ช่วยกำหนด Metadata, Tagging และความสัมพันธ์ของข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำให้ AI ค้นหาและนำคำตอบไปใช้งานได้ตรงจุดมากขึ้น

OKF ประกอบด้วยอะไรบ้าง

OKF Bundle คือ Directory ที่เก็บไฟล์ Markdown ไว้ โดยแต่ละไฟล์นำเสนอคอนเซปต์ของสิ่งที่เราต้องการจัดเก็บ เช่น ตาราง, ชุดข้อมูล, เมตริกซ์, คู่มือ, APIs เป็นต้น โดยที่ Path ในไดเรคทอรี่คือตัวระบุเส้นทางของคอนเซปต์ ในแต่ละไฟล์จะมี YAML front matter สำหรับบอกว่าเป็นไฟล์อะไร เกี่ยวกับเรื่องไหน (Metadata) และ Body เก็บอะไรก็ได้ แต่ละคอนเซปต์เชื่อมกันด้วยวิธีการลิงก์ตามปกติของการเขียน Markdown ซึ่งการเชื่อมโยงกันนี้ + กับ Frontmatter + โครงสร้างของไดเรคทอรี่ จะช่วยให้เราสามารถมองไดเรคทอรี่ที่มีเป็นกราฟความสัมพันธ์ได้ นอกจากนี้ ภายใน Bundles เราสามารถเลือกได้ว่าจะมี index.md (สำหรับให้ Agent ดูและเรียกใช้งานเท่าที่จำเป็นแทนที่จะดูทั้งหมด Progressive Disclosure) และ log.md (สำหรับเก็บประวัติการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น)

หลักการสำคัญในการออกแบบ

  • Minimally opinionated: สิ่งที่ OKF ต้องการในทุก ๆ คอนเซปต์จริง ๆ แล้วมีแค่ฟิลด์ Type เท่านั้น (เช่น type: api, type: BigQuery Table, และอื่น ๆ เป็นต้น) อย่างอื่นนอกเหนือจากนี้ไม่ว่าจะฟิลด์อื่นหรือส่วนเนื้อหาก็ตาม เป็นสิ่งที่เราสามารถทำยังไงก็ได้ตามตัวสร้างคอนเซปต์ และตัวสเปคเพียงแค่กำหนดว่ามันจะทำงานร่วมกันยังไง ไม่ได้ยุ่งกับเนื้อหาใด ๆ ของแต่ละคอนเซปต์
  • Producer/consumer independence: OKF แยกกันอย่างเป็นอิสระระหว่างคนเขียนความรู้กับคนใช้ความรู้เหล่านั้น มนุษย์เขียนไฟล์ไว้ AI ก็อ่านได้, หรือระบบ Export ดึงข้อมูลออกมา AI อีกตัวก็อ่านได้ ขอแค่ทั้งสองฝั่งทำตาม Spec เดียวกัน จะเปลี่ยนเครื่องมือฝั่งไหนก็ไม่มีปัญหา
  • Format, not platform: เป็น Open Standard ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องเป็นคลาวด์ไหน ฐานข้อมูลอะไร ผู้ให้บริการโมเดลเจ้าไหน หรือ เอเจนท์เฟรมเวิร์คอะไร

      ตัวอย่างการใช้งานจริง

      https://github.com/GoogleCloudPlatform/open-knowledge-format

      เป็นโปรแกรม Open Source ที่พัฒนาโดย Google Cloud

      • Enrichment Agent: หลักการทำงานคือ Agent เข้าไปสำรวจข้อมูลและร่างคอนเซปต์ขึ้นมา (Markdown) ตามาตรฐาน OKF จากนั้นทำการค้นหาเอกสารอ้างอิง(Authoritative Docs) แล้วนำข้อมูลเชิงลึก เช่น คำอธิบาย Schema, Join Paths และแหล่งอ้างอิงเติมกลับเข้ามาในเอกสาร OKF ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
      • Static HTML Visualizer: แปลง OKF Bundle ใด ๆ ให้เป็น Interactive Graph ที่สามารถเปิดดูจบได้ในไฟล์เดียว มีตัวอย่างดังต่อไปนี้ GA4 e-commerce, Stack Overflow, and Bitcoin public datasets

      Conclusion

      OKF คือ 1 ในวิธีการจัดเก็บองค์ความรู้ให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมนำไปใช้งานได้ร่วมกับระบบต่าง ๆ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเราจะเก็บเอกสารต่าง ๆ ยังไงให้อยู่ในรูปแบบที่ AI อ่านและเอาไปใช้ได้ร่วมกัน OKF เราจะเรียกว่า Bundles ภายในมันประกอบด้วย Concept ที่เป็นไฟล์ Markdown อธิบายเกี่ยวกับข้อมูลหรือเอกสารที่มีว่าคืออะไรใช้งานยังไงและแต่ละคอนเซปต์เชื่อมโยงกันได้ตามความสัมพันธ์

      ติดตามบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ SBC Blog

      LINE OA: SUBBRAIN

      Facebook: SUBBRAIN

      Categories: Data&IT